การสูญเสียคืนสปิริตอันแรงกล้าให้กับ “เอดูอาร์ด โฟลายัง”

Eduard Folayang DC 6601

เส้นทางอาชีพของ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง เกิดขึ้นจากความสามารถรับมือกับเรื่องเลวร้าย จนทำให้เขากลายเป็นนักสู้ที่มีความแข็งแกร่ง

หลังความพ่ายแพ้ ฮีโร่ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเตรียมคืนเวทีปะทะ “The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ ในรอบรองชนะเลิศ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต ในศึก ONE: DAWN OF HEROES มักจะหาหนทางในการก้าวผ่านความผิดหวัง พร้อมทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ

ความเด็ดเดี่ยวในการข้ามผ่านเรื่องราวใจสลาย เป็นสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับเสียงเชียร์มากที่สุดในฟิลิปปินส์ ซึ่งมันมีที่มาจากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขา

“ตอนที่ผมยังเด็ก แม่ของผมบอกว่าพี่น้อง 5 คนเสียชีวิต ตอนนั้นผมอยู่ประมาณชั้นประถม วัยของพวกเราค่อนข้างห่างกัน ผมคิดว่าคนโตสุดน่าจะอายุราวๆ 7 ขวบ, อีกคน 5 ขวบ, อีกคนเพิ่งจะขวบเดียว ขณะที่อีก 2 คนเพิ่งจะเกิด”

การอาศัยในพื้นที่ห่างไกลอันแวดล้อมไปด้วยภูเขา ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องสาธารณสุข พวกเขาต้องใช้เวลา 2-3 วันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล

“บางครั้งคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ลูกจะเป็นไข้ แต่บางครั้งมันก็นำไปสู่ความตายได้เหมือนกัน”

“ย้อนไปในสมัยนั้น เราพึ่งยาแผนโบราณมากกว่าแผนสมัยใหม่เพราะมันหาง่าย เช่นพวกยาสมุนไพร, น้ำขิง หรือสมุนไพรอื่นๆ มันมีอยู่แล้วในสวนของเรา”

“พวกเราไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพ ซึ่งมีส่วนทำให้อัตราการเสียชีวิตสูง เราอยากไปหาหมอ แต่เพราะโรงพยาบาลมันอยู่ไกล พวกเขาจึงเสียชีวิตโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้พบหมอด้วยซ้ำ”

พ่อแม่ของ โฟลายัง พยายามที่จะเลี้ยงลูกที่เหลืออยู่อีก 4 คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาจึงทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ด้วยการตัดสินใจย้ายไปอยู่เมืองบาเกียว ที่ซึ่งพวกเขาขวนขวายที่จะมอบการศึกษาให้ลูกๆ โดยหวังให้หลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้น และไม่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างที่พ่อแม่เคยประสบมา

“เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง พวกเราเข้าถึงสาธารณสุขที่เหมาะสมได้ง่าย เช่นเดียวกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยในเรื่องการศึกษา พ่อแม่มอบโอกาสให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมันก็มาจากการทำงานหนักของท่าน”

“ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงทำทุกอย่างเพื่อหาสิ่งที่จำเป็นมาให้พวกเรา มันลำบากก็จริง แต่ด้วยความรักของพ่อแม่ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้พวกเราอิ่มท้อง”

“นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกสำนึกในบุญคุณของท่านที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้ว่าจะสูญเสียลูกไปหลายคน แต่ท่านยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเลี้ยงดูพวกเราที่เหลือให้เติบโตมาได้อย่างทุกวันนี้”

“พ่อแม่ของผมบอกอยู่เสมอว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี ให้มีสุขภาพดีมากที่สุดเท่าที่เราทำได้ เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง และรู้จักรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่กับตัวเราเอง แต่ต้องรับผิดชอบต่อชุมชนและครอบครัวด้วย”

แม้ว่าพ่อแม่อยากให้เขาเป็นตำรวจ แต่เขากลับเริ่มต้นด้วยการเป็นครู ก่อนจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักสู้ จนกลายเป็นฮีโร่ของชาติ ที่สามารถส่งเสียเลี้ยงดูให้ครอบครัวมีความสุขได้

ทุกวันนี้ครอบครัวของ โฟลายัง มีความสุขกันถ้วนหน้า และเรียนรู้ว่าการมุ่งมั่นทำงานหนักของพวกเขาได้ผลิดอกออกผลในหนทางที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน

เขาอาจจะเสียเข็มขัดแชมป์โลกไปในไฟต์ล่าสุด แต่ก็เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม เพื่อคว้าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่มอลล์ ออฟ เอเชีย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

จะเป็นอีกบททดสอบของ โฟลายัง กับไฟต์ในฝันระหว่างสองเจ้าตำนานแห่งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากฝั่งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเขามั่นใจว่าเขาจะกลับมาอยู่ในเส้นทางล่าแชมป์โลกมาครองอีกครั้ง

“ผมยังมีแรงจูงใจอย่างสูง และความปรารถนาที่จะคว้าชัยชนะ อย่างไม่มีวันลดน้อยลงไปเลย”

ดูเพิ่มเติมในหมวด บทความ

Update Thai champs
BG_ONE04_0 (11)
4_OL81_TakeruThantZin (31)
OL96 Alessio Malatesta vs Abdulla Dayakaev (33)
ONE170_Presscon (82)
OL94 Puengluang vs Akif Guluzada (34)
NL 1852
Jonathan Haggerty Superlek Kiatmoo9 ONE 168 65
Superlek Kiatmoo9 vs Takeru Segawa ONE 165 (17)
ONE167 Kade Ruotolo VS Blake Cooper (20)
Jonathan Haggerty Superlek Kiatmoo9 ONE 168 80
Anatoly Malykhin Oumar Kane ONE 169 78