ไฮไลต์ 6 คู่นำรายการที่พลาดไม่ได้ในศึก ONE: WARRIOR’S CODE

ผ่านไปแล้วสำหรับศึก ONE: WARRIOR’S CODE ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยศึกนี้มีเหล่านักกีฬาที่เป็นคู่นำรายการถึง 6 คู่ด้วยกัน และต่างระเบิดความมัน เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมใน อิสโตรา เสนายัน ได้อย่างกึกก้อง
และนี่คือไฮไลต์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากท่านใดพลาดสามารถติดตามได้ที่นี่
“อิตซูกิ” ปิดจ๊อบเดือดอีกครั้ง
“Neutron Bomb” ไนเรน ครอว์ลีย์ สามารถยื้อเกมบนสังเวียนการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) กับ “Strong Heart Fighter” อิตซูกิ ฮิราตะ ให้อยู่จนถึงยกสามได้เป็นครั้งแรก แต่ไม่อาจหยุดยั้งจากการทำสถิติปิดเกมก่อนครบยก 100%
นักสู้สาวจากแดนกีวีคุมเกมได้อยู่หมัดในช่วงแรก แถมยังแก้ทางเทกดาวน์ของ อิตซูกิ ได้ถึงสองครั้ง แต่แล้วนักยูโดสาวเลือดบูชิโดก็พลิกกลับมาคุมเกมภาคพื้น และถลุงหมัดจัดหนักใส่อีกฝ่ายก่อนที่ระฆังจะช่วยไว้ได้ทัน
ความมันในยกสองเริ่มขึ้นทันทีเมื่อ อิตซูกิ จับคู่ต่อสู้ทุ่มลงด้วยท่า hip toss และพยายามทำซับมิชชัน kimura แม้ ไนเรน เอาตัวรอดได้ แต่ไม่นานเธอก็ถูกอีกฝ่ายโจมตี และระฆังหมดยกช่วยชีวิตไว้ได้อีกครั้ง
“Neutron Bomb” ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเริ่มยกสาม ทำให้เป็นโอกาสของ อิตซูกิ เข้าเล่นงานได้โดยง่าย หลังจากรวบนักสู้จากนิวซีแลนด์ลงพื้น เธอก็โจมตีอีกฝ่ายซะอ่วม จนกรรมการต้องยุติการแข่งขันในนาทีที่ 3.27 เพิ่มสถิติไร้พ่ายของเธอเป็น 6-0
“ซูโนโตะ” ดับฝันนักสู้ร่วมชาติ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาสามยก “The Terminator” ซูโนโตะ ก็ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้นักสู้ร่วมชาติอิเหนา “นูรูล ฟิกรี” ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) รุ่นแบนตัมเวต
ซูโนโตะ ปล่อยฮุกซ้ายพาอีกฝ่ายลงไปนอนเล่นตั้งแต่ช่วงต้นของยกแรก ก่อนตามด้วยหมัดขวาทันทีที่นักสู้หนุ่มวัย 22 ปีลุกขึ้นยืน พร้อมกับตามลงไปสู้ในเกมภาคพื้นจนหมดยกแรก
สองยกที่เหลือ “The Terminator” ชวนเล่นเกมภาคพื้นอย่างต่อเนื่อง เขาใช้ทักษะมวยปล้ำเข้าคุมเกมจากด้านบน เล่นงาน นูรูล อยู่ฝ่ายเดียว ผลการตัดสินกรรมการจึงชูมือให้ ซูโนโตะ ชนะไปอย่างไร้ข้อกังขา
“อาโบร” คมชัดกว่า “พรีอันโดโน”
“The Black Komodo” อาโบร เฟอร์นานเดส คว้าชัยชนะต่อกันเป็นครั้งที่สอง ด้วยการสยบ “Electrical Knock Out” อาคห์มัด เอโก พรีอันโดโน ในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) รุ่นฟลายเวต
ทั้งคู่เริ่มการต่อสู้อย่างรอบคอบ โดย 5 นาทีแรกต่างขับเคี่ยวกันในเกมยืนสู้และยังทำคะแนนอย่างสูสี กระทั่งผ่านช่วงต้นยกสอง อาโบร พยายามหันมาใช้ทักษะมวยปล้ำเข้าเล่นงาน พรีอันโดโน ป้องกันตัวจากการทำเทกดาวน์ได้สองครั้ง และบีบให้อีกฝ่ายกลับมาสู้ในท่ายืน
ยกสุดท้าย “The Black Komodo” ทำเทกดาวน์ได้ในที่สุด พรีอันโดโน พยามดิ้นหลุดอย่างรวดเร็ว แต่ก็เสียรูปมวยเข้าแล้ว อาโบร ทำคะแนนได้จากหมัดซ้ายที่ฟาดเข้าให้จังๆ ผลจากความพยายามทำให้นักสู้วัย 29 ปี ชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ เพิ่มสถิติโดยรวมของเขาเป็น 9-2
“Silent Sniper” ชนะใจกรรมการ
“Silent Sniper” ทาอิกิ นาอิโตะ ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายไว้ได้ หลังคว้าชัยอย่างเป็นเอกฉันท์เหนือ “The Baby Face Killer” ซาวาส ไมเคิล เพชรยินดีอะคาเดมี ในการแข่งขันมวยไทย รุ่นฟลายเวต
ตอนเปิดเกมยกแรก นักสู้ไซปรัสออกจะดูเฉียบคมกว่า เมื่อเขาใช้แขนที่ยาวสาวหมัดหนึ่ง–สอง และเข่าเข้าลำตัว แต่เมื่อถึงยกสอง กระดานก็พลิก ซาวาส เร่งเครื่องรุกหนัก แต่กลับถูกหมัดขวาจากหนุ่มยุ่นสวนเข้าเต็มรักจนลงไปนั่งเล่น “เพชรฆาตหน้าอ่อน” กลับมาไล่บี้ศัตรูชาวญี่ปุ่น แต่อีกฝ่ายผลักภาระให้พ้นตัวด้วยลูกเตะต่ำ และคอยรักษาระยะห่างไม่ให้อยู่ในเขตอันตราย
ตัวแทนจากค่ายเพชรยินดีอะคาเดมีพยายามรุกไล่คู่ต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่มันยิ่งทำให้เขาติดกับดักเดิมๆ เมื่อ ทาอิกิ อัดเขาล้มด้วยหมัดโอเวอร์เฮดที่กะจังหวะได้อย่างเหมาะเจาะ ด้วยคะแนน 10-8 ทั้งสองยก ทำให้ ทาอิกิ คว้าชัยอย่างเป็นเอกฉันท์
“ทอนนา” ตีเข่าเข้ากระโดงคาง
“Timebomb” จอช ทอนนา หักปากกาเซียน ปิดฉากนักสู้มือพระกาฬจากเมืองผู้ดี “Punisher” แอนดี ฮาวสัน ในการแข่งขัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย รุ่นสตอว์เวต ด้วยฉากน็อกเอาต์ที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของค่ำคืน
ทั้งคู่เปิดเกมอย่างรวดเร็วด้วยฟุตเวิร์คที่ต่างหลอกล่อกันผลัดรุกรับสวนหมัดและสาดแข้ง พร้อมกับคงความเร็วต่อเนื่องไปตลอดยกแรก
ถึงยกสองทั้งคู่เร่งเครื่องขึ้นอีกและผลัดกันทำคะแนน กระทั่ง จอช ทอนนา เข้ามาคุมเกม เมื่อเขาส่งเข่าซ้ายเข้าลำตัวคู่แข่ง ก่อนที่จะปิดเกมด้วยภาพติดตาจากการจับคอ ฮาวสัน และตีเข่าเข้าที่กระโดงคางถึงขั้นล้มทั้งยืน ในนาทีที่ 2:20 ของยกนี้
“ฟาจาร์” แจ้งเกิดด้วย TKO ยกแรก
“Macho” ฟาจาร์ ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีในการกำราบเพื่อนร่วมชาติอินโดนีเซีย “เอกี โรซเตน” ในฐานะคู่เปิดรายการที่ อิสโตรา เสนายัน
เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์กีฬาซามโบ เดินหน้าทำเทกดาวน์แต่เนิ่นๆ และส่งคู่ต่อสู้ร่วมชาติไปวัดพื้น ก่อนที่เข้ามาเป็นฝ่ายคุมเกมอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจต่อมา ฟาจาร์ ก็ขึ้นคร่อมได้อย่างสมบูรณ์และเริ่มกระหน่ำหมัดและศอกเพื่อเจาะการ์ดของ โรซเตน ให้แตก
แม้จะได้รับคำเตือนจากกรรมการให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันตัวเอง แต่เขาก็ยังไม่สามารถเอาตัวรอดได้ กรรมการจึงต้องยุติการแข่งขันในนาทีที่ 2.39 และทำให้ ฟาจาร์ เก็บสถิติได้ 4-1
อ่านเพิ่มเติม: จบอย่างไว! “ยูรี ลาปิคัส” ปิดฉาก “มารัต กาฟูรอฟ” ใน 67 วินาที